บทที่ 14 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP14
อาทิตย์ตะวันชะงักไปชั่วครู่ กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีสายตาตัดพ้อของเธอ เดินไปหยิบนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาสวมด้วยท่วงท่าที่พยายามทำเป็นปกติที่สุด
“เรื่องเมื่อคืน ถือซะว่ามันเป็นหน้าที่ของภรรยาก็แล้วกัน”
คำตอบนั้นเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดลึกลงกลางใจ แก้วกรุณากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายไร้หัวใจคนนี้ ความสัมพันธ์ที่เธอคิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนแปรเป็นความผูกพัน กลับถูกเขาลดทอนคุณค่าให้เหลือเพียงแค่หน้าที่ที่ต้องตอบแทน
“หน้าที่อย่างนั้นเหรอคะ” เธอแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง “เข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด สมกับเงินสิบล้านที่คุณจ่ายมา”
ความประชดประชันในน้ำเสียงหวานนั้น ทำให้อาทิตย์ตะวันรู้สึกปวดหนึบในอกอย่างประหลาด เขาอยากจะก้าวเข้าไปดึงร่างบางเข้ามากอด อยากจะบอกว่าสิ่งที่เขาพูดไปมันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ในเกมการเมืองของครอบครัวที่เต็มไปด้วยอันตราย เขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอหรือเปิดเปลือยความรู้สึกให้ใครรับรู้ได้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่อาจจะกลายมาเป็นจุดอ่อนสำคัญของเขา
“ดี ที่เธอเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันจะให้เลขาจัดการเรื่องบัตรเครดิตและบัญชีเงินฝากส่วนตัวให้เธอ อยากได้อะไรก็ซื้อซะ ถือว่าเป็นรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อคืน”
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาอาบสองแก้มเนียน ทิ้งให้แก้วกรุณานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เพียงลำพังท่ามกลางเศษซากของความรู้สึกที่ถูกทำลายลงจนป่นปี้
กำแพงที่เคยพังทลายลงไปเมื่อคืน ตอนนี้ได้ถูกสร้างกลับขึ้นมาใหม่และหนาทึบยิ่งกว่าเดิม รินลดาตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า การยอมมอบทั้งตัวและหัวใจให้กับผู้ชายที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือบังหน้า คือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต
............
ตอนที่ 6 รอยร้าวและผู้มาเยือน
บัตรเครดิตแบล็กการ์ดไร้ขีดจำกัดที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งเปรียบเสมือนตราบาปที่ตอกย้ำความน่าสมเพช แก้วกรุณาจ้องมองแผ่นพลาสติกสีดำขลับนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า คำพูดตัดรอนของอาทิตย์ตะวันที่บอกว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงหน้าที่และบัตรใบนี้คือรางวัล ยังคงดังก้องอยู่ในหัวและกรีดลึกลงไปในความรู้สึก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นใช้เงินมาตีตราและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเธอเด็ดขาด
ร่างเพรียวบางลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูล เธอเมินเฉยต่อชุดเดรสแบรนด์เนมหรูหราที่แขวนเรียงรายอยู่ในตู้ หันไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ จับคู่กับกางเกงสแลกซ์ทรงกระบอกสีดำและรองเท้าคัตชูส้นเตี้ยที่เธอนำติดตัวมาจากห้องเช่าเก่าขึ้นมาสวมใส่ แก้วกรุณารวบผมขึ้นเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง แต่งแต้มใบหน้าเพียงบางเบาเพื่อปกปิดร่องรอยความอิดโรย วันนี้เธอมีเป้าหมายที่ชัดเจน และเป้าหมายนั้นไม่ได้อยู่ที่การนอนรอเป็นคุณนายอยู่บนหอคอยงาช้าง
ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่เครือภักดีกรุ๊ปดูโอ่อ่าและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเองอย่างขะมักเขม้น แก้วกรุณาก้าวเข้ามาในโถงล็อบบี้ด้วยความมั่นคง เธอใช้สิทธิ์ในฐานะภรรยาของประธานกรรมการบริหารผ่านจุดรักษาความปลอดภัยขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูง
“คุณแก้วกรุณา...ท่านประธานกำลังเซ็นเอกสารอยู่ด้านในค่ะ” เลขาหน้าห้องวัยกลางคนลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยท่าทีนอบน้อมปนประหลาดใจที่เห็นนายหญิงของบริษัทปรากฏตัวในชุดทำงานแสนธรรมดา
“ขอบคุณค่ะ ฉันขอเข้าไปคุยธุระส่วนตัวกับเขาสักครู่นะคะ”
หญิงสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะผลักบานประตูไม้เนื้อแข็งเข้าไปโดยไม่รอให้ใครเข้าไปรายงาน ภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีขรึม อาทิตย์ตะวันกำลังนั่งก้มหน้าอ่านแฟ้มเอกสารรายงานผลประกอบการอยู่หลังโต๊ะกระจกตัวใหญ่ ท่วงท่าของเขาสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ ชายหนุ่มละสายตาจากตัวเลขบนกระดาษขึ้นมามองผู้มาเยือน นัยน์ตาสีเข้มจัดไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นการแต่งกายที่ผิดแปลกไปจากข้อตกลงของเธอ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบตึงเช่นเดิม
“ฉันบอกให้เธอพักผ่อนอยู่ที่เพนต์เฮาส์ไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเย็นชา “หรือว่าบัตรเครดิตที่ให้ไปมันรูดซื้อของที่เธออยากได้ไม่พอ ถึงต้องถ่อมาเรียกร้องเอาถึงที่นี่”
คำพูดถากถางนั้นทำให้มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ทว่าแก้วกรุณากลับเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่ลดละ เธอเดินตรงเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ล้วงบัตรเครดิตสีดำขลับออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าชายหนุ่ม เสียงพลาสติกกระทบกระจกดังสะท้อนความตึงเครียดในอากาศ
“ฉันไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องอะไรเพิ่ม และฉันก็ไม่ต้องการบัตรใบนี้ด้วย” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันมาเพื่อขอทำงานใช้หนี้สิบล้านที่คุณจ่ายไปเพื่อซื้ออิสรภาพให้ฉัน”
อาทิตย์ตะวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างประเมินสถานการณ์
“เธอคิดว่าตัวเองมีดีอะไรถึงจะมาทำงานในบริษัทระดับนี้ได้” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “หรือคิดว่าตำแหน่งภรรยาประธานจะทำให้เธอเข้ามานั่งเสวยสุขในออฟฟิศได้ง่ายๆ”
